Green Ocean Strategy

กลยุทธ์ Green Ocean แบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ เรื่องของ ระบบ ที่กำกับดูแลด้วยธรรมาภิบาลสีเขียว (Green Governance) และเรื่องของ คน ที่ปลูกสร้างด้วยอุปนิสัยสีเขียว (Green Habits)
แนว คิดกลยุทธ์น่านน้ำสีเขียวจากสถาบันไทยพัฒน์ เป็นกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอีกแนวทางหนึ่งที่พยายามสร้างทางเลือกใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกันด้วยราคา และการแข่งขันกันด้วยนวัตกรรม ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับการลอกเลียนแบบ (Copy and Development) สินค้าและบริการในรูปแบบต่างๆ แม้ว่าราคาสินค้าของไทยพอจะแข่งขันในตลาดโลกได้บ้างแต่ก็ไม่สู้จะดีนักหลัง จากที่ จีน อินเดีย และเวียดนาม มีข้อเสนอด้านต้นทุนค่าแรงงานที่ต่ำกว่า กลยุทธ์น่านน้ำสีเขียวจึงมุ่งเน้นตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคซึ่งแสดงความรับผิด ชอบต่อสังคมด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด CSR (Corporate Social Responsibility) หรือ ความรับผิดชอบขององค์กรธุรกิจต่อสังคม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นมาตรการในการกีดกันทางการค้าของกลุ่ม ประเทศพัฒนาแล้วในอนาคตอันใกล้
Green Ocean Strategy แบ่งได้เป็น 2 ส่วนได้แก่ ระบบ และคน
ในส่วนของ "ระบบ" นั้น จัดให้มีธรรมาภิบาล (Green Governance) คอยกำกับดูแล ด้วยกัน 3 หมวด ได้แก่ ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร (Resource Efficiency) ภาระรับผิดชอบในกระบวนการผลิต (Process Accountability) และประสิทธิผลในผลิตภัณฑ์ (Product Effectiveness) ธรรมาภิบาลจึงช่วยดูแลตลอดสายการผลิต ตั้งแต่ เริ่มจากคำนึงถึงการใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การเลือกใช้วัตถุดิบที่อยู่ในท้องถิ่นใกล้เคียงก่อน เป็นต้น มีการบันทึกข้อมูลเพื่อทำให้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสในความใส่ใจต่อ สังคมและสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งเป็น ผลิตภัณฑ์ในวิถีการบริโภคอย่างยั่งยืน
ในส่วนของ "คน" เป็นเรื่องของการสร้างนิสัย (Green Habits) 7 ประการ นั่นก็คือ 1. Reduce, 2.Reuse, 3. Recycle ซึ่งสามข้อแรกนี้ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคุ้นเคย กันดีอยู่แล้ว บวกเข้ากับอีกสี่ข้อคือ 4. Rethink 5. Recondition 6. Refuse และ 7.Return เรื่องราวต่างๆล้วนต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาทัศนคติ และ จิตสำนึกของคนเสียก่อน ขณะที่ Recondition หมายถึงการนำสิ่งของที่มีอยู่แล้วมาปรับสภาพใหม่ เช่น เครื่องจักรกลแทนที่จะซื้อเครื่องใหม่ ก็แค่เปลี่ยนชิ้นส่วนแล้วก็ใช้ได้ใหม่เหมือนเดิม, Refuse คือการปฏิเสธการใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายเมื่อได้รับประโยชน์ให้กับธุรกิจแล้วควรจะตอบแทนกลับธรรมชาติด้วย การบำรุงรักษา อาทิ การปลูกป่า เป็นต้น
องค์กรธุรกิจชั้นนำในปัจจุบัน อาทิ เอสซีจี, แม็คโดนัลด์, วอลมาร์ต, โตโยต้า ฯลฯ ล้วนแสดงตัวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วทั้งสิ้น และบางแห่งถึงขั้นนำค่านิยมนี้ผลักดันให้เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรอีกด้วย
ในส่วนของ "ระบบ" นั้น จัดให้มีธรรมาภิบาล (Green Governance) คอยกำกับดูแล ด้วยกัน 3 หมวด ได้แก่ ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร (Resource Efficiency) ภาระรับผิดชอบในกระบวนการผลิต (Process Accountability) และประสิทธิผลในผลิตภัณฑ์ (Product Effectiveness) ธรรมาภิบาลจึงช่วยดูแลตลอดสายการผลิต ตั้งแต่ เริ่มจากคำนึงถึงการใช้วัตถุดิบหรือทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การเลือกใช้วัตถุดิบที่อยู่ในท้องถิ่นใกล้เคียงก่อน เป็นต้น มีการบันทึกข้อมูลเพื่อทำให้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใสในความใส่ใจต่อ สังคมและสิ่งแวดล้อม จนกระทั่งเป็น ผลิตภัณฑ์ในวิถีการบริโภคอย่างยั่งยืน
ในส่วนของ "คน" เป็นเรื่องของการสร้างนิสัย (Green Habits) 7 ประการ นั่นก็คือ 1. Reduce, 2.Reuse, 3. Recycle ซึ่งสามข้อแรกนี้ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคุ้นเคย กันดีอยู่แล้ว บวกเข้ากับอีกสี่ข้อคือ 4. Rethink 5. Recondition 6. Refuse และ 7.Return เรื่องราวต่างๆล้วนต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาทัศนคติ และ จิตสำนึกของคนเสียก่อน ขณะที่ Recondition หมายถึงการนำสิ่งของที่มีอยู่แล้วมาปรับสภาพใหม่ เช่น เครื่องจักรกลแทนที่จะซื้อเครื่องใหม่ ก็แค่เปลี่ยนชิ้นส่วนแล้วก็ใช้ได้ใหม่เหมือนเดิม, Refuse คือการปฏิเสธการใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายเมื่อได้รับประโยชน์ให้กับธุรกิจแล้วควรจะตอบแทนกลับธรรมชาติด้วย การบำรุงรักษา อาทิ การปลูกป่า เป็นต้น
องค์กรธุรกิจชั้นนำในปัจจุบัน อาทิ เอสซีจี, แม็คโดนัลด์, วอลมาร์ต, โตโยต้า ฯลฯ ล้วนแสดงตัวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วทั้งสิ้น และบางแห่งถึงขั้นนำค่านิยมนี้ผลักดันให้เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรอีกด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น