วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

โลโก้ธุรกิจ

ระบบตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมภายในบ้าน

         แนวคิดที่เลือกทำระบบนี้
                เพราะว่า ในปัจจุบันนี้มีอันตรายเกิดขึ้นมากมายรอบๆตัวเรา  แม้ในที่ที่เป็นส่วนตัวของเราก็มีอันตรายได้ ซึ่งก็คือบ้านของเรานั่นเอง ซึ่งเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรที่เข้ามาภายในบ้านเราบ้าง อาจจะเป็นพวกงู หรือว่าสัตว์ที่ทำอันตรายต่อเรามาแฝงอยู่ และบางทีเราอาจไม่รู้ หรือไม่เห็น  และด้วยเหตุผลนี้เอง เราจึงได้คิดค้น ระบบตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมภายในบ้านขึ้นมา  ซึ่งระบบนี้ตัวเซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณ ซึ่งในระบบนี้เราสามารถบันทึกข้อมูล และสแกนลายนิ้วมือของบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านได้  แม้แต่สัตว์เลี้ยงของเราเอง ก็สามารถที่จะบันทึกข้อมูลลงไปได้  และเมื่อมีบุคคลหรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เราไม่ได้บันทึกข้อมูลไว้ เข้ามาภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นโจร  งู ตะขาบ หรือสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อบุคคลในบ้าน ก็จะเกิดเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นภายในบ้าน  และที่สำคัญเราสามารถรู้ได้เลยว่า  เสียงเตือนที่มันดังขึ้น มันเกิดจากอะไร
ระบบนี้จะเหมาะสมมากสำหรับบ้านที่ชอบบรรยากาศของธรรมชาติ  หรือบ้านที่มีต้นไม้เยอะ หรือบ้านสวน  ซึ่งจะช่วยทำให้เราสบายใจขึ้น ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะมีงูเข้ามาอยู่ในบ้านไหม  และอีกอย่างสามารถกันขโมยเข้าบ้านได้ด้วย
ความหมายของโลโก้
S  =  ย่อมาจาก  Safety  ซึ่งแปลว่า  ความปลอดภัย  ซึ่งจะใช้สีแดงเพราะว่า  มันเป็นสีที่แสดงถึงการเตือนสิ่งที่อันตราย
เครื่องหมายบวกที่อยู่บนหลังคาบ้าน  หมายถึง      ทำให้บ้านเรามีความปลอดภัยมากขึ้น 
ตัวหนังสือคำว่า “ home “ สีน้ำเงิน  แสดงถึง  บ้านที่มีความมั่นคง  อบอุ่น น่าอยู่   และปลอดภัย
รูปสี่เหลี่ยมสีขาว หรือหน้าต่างสีขาว   หมายถึง ความบริสุทธิ์ใจขององค์กรที่ออกแบบระบบนี้ ซึ่งไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้า  และหมายถึง  ว่าเป็นการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ภายในบ้านของเรา 






สรุปเนื้อหาที่เรียน


วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

ผู้นำ 6 style เลือกใช้ให้เหมาะสม

          ในการเป็นผู้นำนั้น เราต้องคำนึงถึงอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง หรือว่าสมาชิกที่ทำงานร่วมกัน  เเละในการทำงานเป็นทีมนั้น ล้วนเเล้วเราต้องมีภาวะของการเป็นผู้นำที่ดี  ซึ่งถ้าดิฉันเลือกการเป็นผู้นำเเบบ Democratic Leadership  
             เหตุผลที่เลือกผู้ำเเบบ Democratic Leadership เพราะว่า Leadership เป็นรูปแบบของผู้นำที่เป็นประชาธิปไตยการทำงานแบบเน้นการมีส่วนร่วม การระดมความคิดเห็นและการมองหาฉันทามติในการตัดสินใจร่วมกัน การนำรูปแบบนี้ควรนำมาใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจกันและเวลาไม่ใช่ข้อจำกัดในการตัดสินใจ
ซึ่งในการทำงานร่วมกันเป็นทีม เราจะเอาความคิดของเราเป็นหลักไม่ได้ เราต้องถามความคิดเห็นจากคนอื่นว่าเขาคิดอย่างไร เห็นด้วยไหม เเละเราต้องมีความเป็นประชาธิปไตย เพื่อที่จะได้เป็นเอกฉันท์ในการตัดสินใจทำอะไร เเละที่สำคัญผู้นำต้องมีความยุติธรรม ไม่เอนเองไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เเค่นี้ก็สามารถเป็นผู้นำที่ดีได้เเล้ว

 

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หลังจากที่ฟังพี่ทัศนีย์ รุ่นพี่ของเราแล้ว ท่านคิดว่ามีประเด็นกี่ด้านและเป็นอย่างไรบ้าง หากว่าท่านจะประยุกต์ใช้กับการเป็นผู้ประกอบการควรจะทำอย่างไร


จากที่ได้ฟังพี่นกเล่าประสบการณ์ ทำให้รู้ว่า คนเราสามารถทำงานอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งไปหมดทุกอย่าง ขอแค่มีความตั้งใจ และการที่เราจะไปรับจ้างทำงานนั้น เราต้องเจอกับลูกค้าหลายๆคน และเจอกับเจ้านายที่แตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลุกค้าบางรายอาจจะเรื่องมาก ไม่พอใจงานสักที  เดี๋ยวให้ทำโน่นทำนี่ บ้าง  และบางรายอาจจะดีมาก ตามใจเรา เราว่าอะไรดีเขาก็ว่าดีด้วย และอาจจะมีบางรายที่มาจ้างเราทำงาน จ่ายบ้าง ไม่จ่ายบ้าง  และที่สำคัญพี่นกบอกไว้ว่า เราควรบริการลูกค้าให้เหมือนกับที่เราเป็นลูกค้าเอง ก็คือเอาใจเขามาใส่ใจเรา  เรื่องบางเรื่องลูกค้าอาจจะไม่รู้  เราก็ควรให้คำแนะนำกับลูกค้าว่าทำแบบไหนงานถึงจะออกมาดี   แบบไหนไม่เหมะสม และอีกอย่างการที่พี่เขาทำงานเกี่ยวกับด้านกราฟฟิกหรือตัดต่อ เราควรจะมีลูกเล่นที่หลายหลายหรือลูกเล่นที่แปลกใหม่ (มีของเล่นใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา)ไว้ให้ลูกค้าเลือก  ทำให้ดึงดูดลูกค้า  พอเขาเห็นเรามีอะไรแปลกๆเขาก็จะสนใจแล้วเดินเข้ามาถามเอง  บางทีเราอาจจะได้งานมาเพิ่มด้วยก็ได้  
                และที่สำคัญข้อคิดที่ได้จากการฟังพี่นกอีกอย่างก็คือ เรื่องเงิน กล่าวคือ งานอาจจะมีเข้ามาบ้างไม่มีบ้างแล้วแต่ช่วง และพี่นกบอกว่าบางเดือนได้เงินอยู่สองพันก็ยังมี  และบางเดือนก็ได้เกือบแสน  ซึ่งเราก็ต้องยอมรับในจุดนี้  แต่ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเรา และที่สำคัญไปกว่านี้ก็คือ เราควรมีหลักฐานที่ชัดเจนหรือเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการรับเงิน หรือควรทำสัญญาข้อตกลงกันไว้ เพราะเวลามีปัญหาลูกค้าจะได้ไม่โยนความผิดให้เราได้ และถ้าเกิดว่าเราใส่ใจในงานที่เราทำ งานก็จะออกมาดี ลูกค้าก็จะชอบ และก็จะแนะนำเราให้คนต่อๆไป เราก็จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

กฏหมายมีความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไร

           ปัจจุบันพัฒนาการเทคโนโลยี ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตามยุคสมัย ซึ่งมีการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากมายทั่วโลก แต่ถ้าหากนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงซึ่งประเมินค่าไม่ได้          เเละในปัจจุบันก็ได้มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวนมากทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการบางอย่างเพื่อใช้บังคับให้คนในสังคมอยู่กันอย่าวสงบสุข  จึงได้มีการเกิดกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้น  กฎหมายจึงมีความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศก็คือ เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ซอร์ฟเเวร์ ต่างๆ

       อย่างไรก็ตามกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับการสร้างความน่าเชื่อถือ และความสงบสุขของคนใน สังคมสารสนเทศ สิ่งที่สำคัญคือ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนจะต้องรู้ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบของตนเอง การดูแลสิทธิ ของตนเอง ไม่นำสิทธิของตนเองไปให้ผู้อื่นใช้ ซึ่งหากผู้อื่นนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น นำรหัสลับของตนเองไป ใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เจ้าของจะต้องรับผิดชอบและจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีส่วนช่วยในการสร้างประโยชน์ในเรื่องความสงบสุข และลดอาชญากรรมทาง ด้านเทคโนโลยี ส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในเรื่องการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
          

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เมื่อฟังพี่ถาวรแล้ว ท่านคิดว่าอย่างไร

          จากการที่วันนี้พี่ถาวรได้มาเล่าถึงประสบการณ์ต่างๆมากมายเกี่ยวกับการทำงาน  ทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีใครหรอกที่จะลงมือทำอะไรเพียงครั้งเดียวเเล้วประสบผลสำเร็จ  นอกจากซะว่าเราจะต้องพบเจออุปสรรคต่างๆมากมาย ที่สามารถทำให้เราได้ลุกขึ้นเพื่อเผชิญกับมัน  เเละข้อคิดที่ได้จากพี่ถาวรออีกก็คือ พี่เเกสอนให้รู้ว่า เราต้องกล้าที่จะเสี่ยง  ไม่ต้องสนใจว่าจะเจออุปสรรคใดๆ ขอเเค่เรามองไปที่เป้าหมาย เราก็จะไปถึงจุดจุดนั้น เเละไม่จำเป็นต้องเป็นคนเรียนเก่ง หรือว่าเรียนในระดับสูงๆ เราก็สามารถหางาน หาเงิน เเละทำธุรกิจได้   เพียงเเค่เราตั้งใจที่จะศึกษา หกล้มบ้าง  อะไรบ้าง ก็ให้คิดว่าเป็นประสบการณ์  เเละเราก็ควนนำประสบการณ์ที่เราได้  ไปใช้ในการทำมันต่อไป   สักวันมันต้องเป็นของเรา  วันที่ประสบผลสำเร็จ มันขึ้นอยู่ที่ความตั้งใจ  เเละเราต้องคิดว่า " เราทำได้ " :D

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การนำITไปประยุกต์ใช้สำหรับการปรับตัวสู่การเป็นสมาคมอาเซียน

        ประเทศไทยเป็นผู้นำในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน มีศักยภาพในการเป็นแกนนำในการสร้างประชาคมอาเซียนให้เข้มแข็ง ภายใต้ยุทธศาสตร์วิสัยทัศน์เดียว เอกลักษณ์เดียว และประชาคมเดียว เพื่อความเจริญมั่นคงของประชากร ทรัพยากร และเศรษฐกิจ
        ประชาคมการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมของอาเซียน การศึกษานั้นจัดอยู่ในประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาคมด้านอื่นๆมีความเข้มแข็ง เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกๆ ด้าน


การเตรียมความพร้อมของการศึกษาไทย  ดังนี้

๑. การสร้างประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษา ให้ประเทศไทยเป็น Education Hub มี การเตรียมความพร้อมในด้านกรอบความคิด คือ แผนการศึกษาแห่งชาติ ที่จะมุ่งสร้างความตระหนักรู้ของคนไทยในการจัดการศึกษาเพื่อสร้างคนไทยให้ เป็นคนของประชาคมอาเซียน พัฒนาสมรรถนะให้พร้อมจะอยู่ร่วมกันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้าน การศึกษา โดยให้มีการร่วมมือกันใน ๓ ด้านคือ ด้านพัฒนาคุณภาพการศึกษา การขยายโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริการและจัดการศึกษา

๒. ขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนด้วยการศึกษาด้วยการสร้างความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน ความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ หลักสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่าง กันในประชาคมอาเซียน มีการเพิ่มครูที่จบการศึกษาด้านภาษาอังกฤษเข้าไปในทุกระดับชั้นการศึกษา เพื่อให้นักเรียนไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับภาคเอกชนในการรับอาสาสมัครเข้ามาสอนภาษาต่าง ประเทศ รวมถึงวัฒนธรรมของประเทศต่างๆเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจกันของ ประเทศในประชาคม

ส่วนด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้น จะพัฒนาตามหลัก 3Nได้แก่ Ned Netโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ NEISศูนย์กลางรวบรวม จัดเก็บ และเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา NLCศูนย์ เรียนรู้แห่งชาติ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดเวลา มีการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ความเอื้ออาทร โดยใช้การศึกษาเป็นกลไกในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ นักศึกษาที่จบจากอาชีวศึกษาจะต้องเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ มีทักษะการทำงานร่วมกันในประชาคมอาเซียน

นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาเซียนศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาไปสู่ประชาคมอาเซียนและสากลต่อไป